บทความนักเรียน "ท่านนบี กับสตรี"
ท่านนบีและสตรี
น.ส.ญัสมิน บุญมาเลิศ ชั้นเอี้ยะดาดีย์ 1
ศัตรูอิสลามต่างกล่าวหากันว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่กดขี่ข่มเหงเพศหญิงกีดกันต่างๆนานา และยังกล่าวหาอีกว่า สตรีเป็นเหมือนทาสรับใช้ของผู้ชาย และเป็นสื่อกลางที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ชายทั้งหลาย
ข้อความดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาที่หลอกลวง เพราะสิ่งที่ปรากฏจากท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ทำให้ข้อความนี้เป็นโมฆะ ท่านนบีมูฮัมมูหมัดได้ให้เกรียติ และยกฐานะสตรีให้มีค่า อีกทั้งยังแสดงกิริยาที่สุภาพ อ่อนโยน และให้ความยุติธรรมแก่สตรีในทุกๆสถานการณ์ การที่ท่านนบีมอบสิทธิอย่างสมบูรณ์ให้แก่สตรีเป็นสิ่งที่สตรีไม่เคยคาดฝันมาก่อน
ตามธรรมชาติของชาวอาหรับก่อนยุคอิสลามนั้นรังเกียจลูกผู้หญิงถือว่าพวกเธอสร้างความอับอายให้กับพวกเขา จนกระทั่งชาวอาหรับญาฮิลียะห์บางกลุ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการฝังลูกสาวทั้งเป็น
ดังอัลกุรอานได้ตรีสไว้ว่า
??????? ??????? ?????????? ?????????? ????? ???????? ?????????? ?????? ??????? ?????????? ???? ????????? ??? ????? ??? ??????? ???? ???????????? ????? ????? ???? ????????? ??? ?????????? ????? ???? ??? ???????????
ความว่า และเมื่อผู้ใดในหมู่พวกเขาได้รับข่าวว่าได้ลูกผู้หญิง ใบหน้าของเขากลายเป็นหมองคล้ำ
และเศร้าสลด เขาจะซ่อนตัวเองจากกลุ่มชนเนื่องจากความอายที่ได้ถูกแจ้งแก่เขา เขาจะเก็บเอาไว้ด้วยความอัปยศหรือฝังมันในดิน พึงรู้เถิดสิ่งที่พวกเขาตัดสินใจนั้นมันชั่วแท้ๆ
อันนะฮล ..56-59
สตรีในสมัยญาฮิลียะห์เมื่อสามีของนางได้ตาย ตัวของนางจะตกเป็นมรดกของลูกชายและญาติใกล้ชิดของสามีทันที หากคนใดในหมู่ญาติสามีต้องการแต่งงานกับนางก็ทำได้หรือถ้าพวกเขาไม่ต้องการแต่งงานกับนาง เขาก็จะขังนางไว้จนกระทั่งตาย
อิสลามได้ยกเลิกพฤติกรรมดังกล่าวด้วยบัญญัติจากอัลกุรอานที่เที่ยงธรรมรวบรวมไว้ด้วยสิทธิสตรีและสิทธิของผู้ชายที่มีขอบเขตเท่ากัน ท่านนบีได้กล่าวถึงความเสมอภาคของสตรีกับผู้ชายในด้านมนุษยธรรมว่า
???? ?????? ????? ??????
ความว่า สุภาพสตรีนั้นเคียงคู่กับสุภาพบุรุษ
ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าอิสลามสนับสนุนให้มีการต่อสู้ระหว่างเพศชายกับเพศหญิงให้เรียกร้องความทัดเทียมกัน เหมือนศัตรูอิสลามได้ปั้นแต่ง แต่หมายความว่าให้มีความป็นพี่น้องกัน และทำให้สมบูรณ์ระหว่าง 2 เพศนั่นเอง
อัลลอฮได้ลบล้างประเพณีอันโหดร้ายที่ฝังบุตรสาวทั้งเป็นละท่านนบี(ซ.ล.) ยังได้ทำลายประเพณีอันต่ำช้านี่พร้อมกับส่งเสริมให้เลี้ยงดู และอบรมบ่มนิสัยบุตรสาว และทำดีต่อพวกเธอ
ท่านนบีได้กล่าว่า
ใครก็ตามที่เลี้ยงดูบุตรสาวสองคนจนกระทั่งเติบโตเป็นสาว เมื่อถึงวันกิยามะห์ ฉันและเขาจะอยู่ใกล้ชิดกัน แล้วท่านนบีก็รวบนิ้วให้ติดกัน (หมายถึงเขาและท่านนบีจะใกล้ชิดกันเหมือนนิ้วที่ติดกัน)
นี่เป็นการชี้ให้เห็นถึงตำแหน่งอันสูงส่งของการดูแลบุตรสาว โดยการได้รับเกียรติให้อยู่ใกล้ชิดท่านนบี (ซ.ล.)นั่นคือพ่อแม่จะต้องดูแล เลี้ยงดูบุตรสาวจนกระทั่งถึงวัยบรรลุนิติภาวะ
ท่านนบี(ซ.ล.) ยังกล่าวอีกว่า
ผู้ใดก็ตามที่มีบุตรสาว 3 คน หรือพี่น้อง 3 คน หรือมีลูกสาว 2 คน หรือน้องผู้หญิง 2 คน ก็ตามแล้วเขาได้คอยดูแลพวกเธอเหล่านั้นด้วยดี และสอนให้เธอเกรงกลัวต่ออัลลอฮ เขาพ่อแม่ หรือ พี่น้องผู้ชาย จะได้ยู่ในสวนสวรรค์
ท่านนบีไม่ได้กักขังให้สตรีอยู่ในบ้าน ดังที่ศัตรูอิสลามได้กล่าวหา แต่ทว่าท่านอนุญาตให้สตรีออกนอกบ้านได้ เพื่อทำธุระที่จำเป็น เยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เยี่ยมผู้ป่วย และยังอนุญาตให้จับจ่ายซื้อของในตลาด พร้อมกันนั้นนางจะต้องมีความละอาย และสวมใส่ฮิญาบขณะออกนอกบ้าน นอกจากนี้ท่านยังอนุญาตให้สตรีไปละหมาดที่มัสยิด ท่านมิได้ห้ามสตรีแต่อย่างใดในเรื่องนี่ ท่านนบีได้กล่าวว่า
?? ?????? ???? ?? ???????
ความว่า พวกท่านอย่าได้หักห้ามสตรีของพวกท่านในการไปมัสยิด
ดังนั้น จึงจำเป็นที่เราจะต้องปฏิบัติต่อสตรี เคารพเกียรติและสิทธิของพวกเธอ เอาใจใส่ในความรู้สึก และที่สำคัญอย่าได้ทำอันตรายใดๆแก่สตรี





